counter 1,259
click to comment

เรื่องจริง...

   ที่รักคะ..ใครจะไปเชื่อเนอะ ว่าระหว่างเราจะมารู้จักกันได้ เพราะเราอยู่ไกลกันซะขนาดนี้ ยิ่งเรารู้จักกันทางเน็ตอีก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นโลกของการหลอกลวงกันซะมากกว่า แต่สุดท้ายเรากลับได้มาคบกัน และรักกัน ถึงแม้ว่าวันนี้เรายังไม่เคยได้เจอกัน แต่หนูเชื่อเหลือเกินว่าความรู้สึกที่หนูมีนั้น มันไม่ได้น้อยกว่าคนที่คบกันมาเป็นปีๆเลยค่ะ อืม..ที่รักยังจำเพลงนี้ได้มั๊ย ที่หนูส่งไปให้พี่ฟังตอนเล่นเอ็มน่ะ เพลงเรื่องจริง ของป๊อดน่ะคะ เพราะเรายังคุยกันเลยว่า เพลงนี้น่ะ เหมือนชีวิตเรามากๆ ตรงที่เราไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้ากันเลย แต่กลับรู้สึกรักกัน จนในที่สุดเราก็คบกันในฐานะคนพิเศษ คิดๆแล้วก็ยังงงอยู่เหมือนกันเนี่ยที่รัก ว่ามันเป็นไปได้ไงเนี่ย หนูเองยังไม่เคยคบคนที่รู้จักทางเน็ตเลยนะ ทั้งๆที่เล่นเน็ต แชท คุยกะคนมาก็มากมาย แต่ไม่หลวมตัวสักที 555+ สงสัยพี่จะทำเสน่ห์ซะแล้วล่ะมั๊ง (จิงป่าว) วันนี้หนูก็เลยเขียนไดฯ และเขียนเนื้อเพลงไว้เตือนความทรงจำของเราไง..อยากจะใส่เพลงลงไปนะ แต่ทำไม่เป็นอ่ะ..ทำได้รึป่าวก็ไม่รุ งั้นเอาไปแต่เนื้อเพลงก่อนนะเจ้า ที่รักจ๋า บอกอะไรหน่อยได้ป่ะ เอียงหน้ามาหน่อยสิ เด๋วจะกระซิบบอก เพราะเค๋วคนอื่นได้ยิน อายเค้าน่ะ ...."รักพี่ที่สุดเลยนะ" ฮิๆๆๆ ได้ยินมั๊ย

เรื่องจริง

เสียงร้องที่เธอกำลังได้ยิน กลั่นออกมาจากใจจริงๆ
และเสียงเปียโนที่เธอได้ยิน ก็ออกมาจากใจจริงๆ

เพื่อระบายทุกสิ่งข้างใน ให้ได้ไหลรินออกจากหัวใจ
ไม่รู้จากนี้จะเป็นยังไง เมื่อเธอฟังแล้วจะเป็นยังไง
เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่

กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป
กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

ไม่มีเรื่องราวไม่มีอะไร ไม่มีเหตุผลที่มาที่ไป
เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่

กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป
กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

และเสียงเพลงต่อจากนี้ไป
จะเป็นเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

ปล..วันที่ 30 มิ.ย.แล้วนะ อีกวันสองวัน พี่ก็จะกลับอินโดแล้วอ่ะ จนบัดนี้ยังไม่ได้ติดต่อกันเลย ไม่รู้ว่าพี่จะบินกลับวันไหนกันแน่ เสียดายที่ไม่ได้เจอกันเลยอ่ะ แต่ใจนึงหนูก็ดีใจนะ เพราะตอนที่พี่อยู่อินโดฯ เราได้คุยกันบ่อยจะตาย งั้นรีบกลับเหอะนะที่รักนะ 55+ ไงก็เดินทางโดยสวัสดิภาพนะจ๊ะ  Bon voyage

click to commentclick to comment

เรื่องจริง...

   ที่รักคะ..ใครจะไปเชื่อเนอะ ว่าระหว่างเราจะมารู้จักกันได้ เพราะเราอยู่ไกลกันซะขนาดนี้ ยิ่งเรารู้จักกันทางเน็ตอีก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นโลกของการหลอกลวงกันซะมากกว่า แต่สุดท้ายเรากลับได้มาคบกัน และรักกัน ถึงแม้ว่าวันนี้เรายังไม่เคยได้เจอกัน แต่หนูเชื่อเหลือเกินว่าความรู้สึกที่หนูมีนั้น มันไม่ได้น้อยกว่าคนที่คบกันมาเป็นปีๆเลยค่ะ อืม..ที่รักยังจำเพลงนี้ได้มั๊ย ที่หนูส่งไปให้พี่ฟังตอนเล่นเอ็มน่ะ เพลงเรื่องจริง ของป๊อดน่ะคะ เพราะเรายังคุยกันเลยว่า เพลงนี้น่ะ เหมือนชีวิตเรามากๆ ตรงที่เราไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้ากันเลย แต่กลับรู้สึกรักกัน จนในที่สุดเราก็คบกันในฐานะคนพิเศษ คิดๆแล้วก็ยังงงอยู่เหมือนกันเนี่ยที่รัก ว่ามันเป็นไปได้ไงเนี่ย หนูเองยังไม่เคยคบคนที่รู้จักทางเน็ตเลยนะ ทั้งๆที่เล่นเน็ต แชท คุยกะคนมาก็มากมาย แต่ไม่หลวมตัวสักที 555+ สงสัยพี่จะทำเสน่ห์ซะแล้วล่ะมั๊ง (จิงป่าว) วันนี้หนูก็เลยเขียนไดฯ และเขียนเนื้อเพลงไว้เตือนความทรงจำของเราไง..อยากจะใส่เพลงลงไปนะ แต่ทำไม่เป็นอ่ะ..ทำได้รึป่าวก็ไม่รุ งั้นเอาไปแต่เนื้อเพลงก่อนนะเจ้า ที่รักจ๋า บอกอะไรหน่อยได้ป่ะ เอียงหน้ามาหน่อยสิ เด๋วจะกระซิบบอก เพราะเค๋วคนอื่นได้ยิน อายเค้าน่ะ ...."รักพี่ที่สุดเลยนะ" ฮิๆๆๆ ได้ยินมั๊ย

เรื่องจริง

เสียงร้องที่เธอกำลังได้ยิน กลั่นออกมาจากใจจริงๆ
และเสียงเปียโนที่เธอได้ยิน ก็ออกมาจากใจจริงๆ

เพื่อระบายทุกสิ่งข้างใน ให้ได้ไหลรินออกจากหัวใจ
ไม่รู้จากนี้จะเป็นยังไง เมื่อเธอฟังแล้วจะเป็นยังไง
เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่

กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป
กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

ไม่มีเรื่องราวไม่มีอะไร ไม่มีเหตุผลที่มาที่ไป
เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่

กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป
กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

และเสียงเพลงต่อจากนี้ไป
จะเป็นเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

ปล..วันที่ 30 มิ.ย.แล้วนะ อีกวันสองวัน พี่ก็จะกลับอินโดแล้วอ่ะ จนบัดนี้ยังไม่ได้ติดต่อกันเลย ไม่รู้ว่าพี่จะบินกลับวันไหนกันแน่ เสียดายที่ไม่ได้เจอกันเลยอ่ะ แต่ใจนึงหนูก็ดีใจนะ เพราะตอนที่พี่อยู่อินโดฯ เราได้คุยกันบ่อยจะตาย งั้นรีบกลับเหอะนะที่รักนะ 55+ ไงก็เดินทางโดยสวัสดิภาพนะจ๊ะ  Bon voyage

click to commentclick to comment

ความต่างระหว่าง "ดวงดาวและหัวใจ"

ความเหงา..มันไม่เข้าใครออกใครเลยนะ

แต่สำหรับฉันสิ..มันเข้าแล้วก็ไม่ค่อยจะยอมออกซะด้วยสิ

ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน..ที่ความเหงา..จะเกาะกินหัวใจฉัน

ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน..ที่ฉันจะลืมความเหงานี้ซะที

****........****........****.........****.........****

ใครต่อใคร..ต่างเชื่อกันว่า

"ดวงดาว" นั้นอยู่ไกล เกินที่จะไขว่คว้าได้

แต่ความเป็นจริงแล้ว ต่อให้ดวงดาวนั้นจะไกลแค่ไหน

อย่างน้อยเราก็ยังพับดวงดาว ปั้นดาว เพื่อให้เป็นตัวแทนของดวงดาวเหล่านั้น

และทุกครั้ง มันก็ยังมีคุณค่าเทียบเท่า ดาวบนฟ้าเหล่านั้น และเราก็จะรู้สึกเหมือนได้ครอบครองดวงดาวเหล่านั้นไว้อย่างภาคภูมิใจ

...แต่เชื่อมั๊ย...

"หัวใจ" ของคนที่อยู่ใกล้ เพียงแค่เอื้อมมือจะคว้าได้

แต่ความเป็นจริงแล้ว ต่อให้เจ้าของหัวใจนั้นจะอยู่ใกล้แค่ไหน

และต่อให้เราจะนั่งพับหัวใจ ปั้นดินน้ำมันรูปหัวใจ วาดหัวใจ ให้เป็นตัวแทนหัวใจเหล่านั้น

แต่ทุกครั้ง สิ่งเหล่านั้นมิอาจเทียบเท่า คุณค่าของหัวใจจริงๆได้ซะที สุดท้าย ต่อให้ใกล้หัวใจดวงนั้นมากแค่ไหน หากเจ้าของหัวใจไม่เคยหยิบยื่นให้ เราก็จะไม่มีโอกาสจะได้ครอบครองหัวใจดวงนั้นเลย

                    .........................................................................

^-^ ที่หนูเขียนด้านบนนั้น เป็นเพราะรู้สึกอย่างนี้จริงๆนะคะที่รัก..เพราะตั้งแต่ที่รักกลับมา หนูรู้สึกว่าเรายิ่งห่างไกลกันเหลือเกิน เพราะหน้าที่ที่พี่ต้องทำและรับผิดชอบ มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่หนูจะรับได้  หนูเองอยู่ทางนี้ก็มีบทบาทและความรับผิดชอบเหมือนกัน หนูไม่สามารถทิ้งงานเพื่อไปพบกับพี่ได้ ตลอดเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ที่พี่มาถึงที่นี่ มันทำให้หนูทรมานเหลือเกิน หนูไม่รู้ว่าพี่จะรู้สึกอย่างหนูรึป่าว พี่อาจจะยุ่งเรื่องงานจนลืมความรู้สึกระหว่างเราก็เป็นได้..แต่สำหรับหนู..ไม่ใช่

     มีหลายต่อหลายครั้งที่หนูนึกท้อ..ว่าระหว่างเราคงเป็นไปไม่ได้ เราต่างกันหลายอย่าง ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ สังคม ฐานะ พื้นฐานครอบครัว และอะไรอีกหลายอย่าง ชีวิตหนูมันไม่ได้มีอะไรเพรียบพร้อมเลย ที่จะให้พี่รัก แต่พี่ก็ยังยืนยันว่ามันไม่เกี่ยว เพราะพี่สามารถดูแลหนูได้ โดยที่หนูไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่นั่นแหละ หนูเองไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวที่จะต้องให้แฟนดูแลอยู่ตลอดเวลา ที่ผ่านมาหนูทำงาน ซื้อรถ เปิดคลินิก หนูสร้างมันมาด้วยมือของหนูเอง ฉะนั้นหนูจึงไม่ได้กลัวหรือรังเกียจความลำบากเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแต่ว่า พี่พร้อมที่จะอยู่กับหนูหรือไม่ แค่นั้นเอง..ชีวิตพี่ยังมีโอกาสเลือกใครที่เหมาะสมกว่าอีกตั้งมากมาย หนูเองก็พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้พี่เสมอนะคะ  หนูเองก็อยากเห็นคนที่หนูรักมีความสุขนะ

     แต่ถ้าถามว่าหนูเองจะเลือกคนอื่นที่ไม่ใช่พี่รึป่าว..ตอบได้เลยนะคะว่า "ไม่มีทาง" จนกว่าหนูจะเป็นคนที่พี่ไม่ได้เลือกนั่นแหละ หนูถึงจะยอมจากไปโดยดี ถึงแม้ว่าวันนี้จะมีอุปสรรคสักแค่ไหน แต่หนูจะอดทน เข้มแข็ง จนกว่าจะมีวันของเรานะคะพี่  หนูสัญญา!

                                                                             

                                                Saya cinta padamu

                                                          tuktik

                                                 30 มิ.ย. 2551 (Thailand)

click to commentclick to comment

เรื่องจริง...

   ที่รักคะ..ใครจะไปเชื่อเนอะ ว่าระหว่างเราจะมารู้จักกันได้ เพราะเราอยู่ไกลกันซะขนาดนี้ ยิ่งเรารู้จักกันทางเน็ตอีก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นโลกของการหลอกลวงกันซะมากกว่า แต่สุดท้ายเรากลับได้มาคบกัน และรักกัน ถึงแม้ว่าวันนี้เรายังไม่เคยได้เจอกัน แต่หนูเชื่อเหลือเกินว่าความรู้สึกที่หนูมีนั้น มันไม่ได้น้อยกว่าคนที่คบกันมาเป็นปีๆเลยค่ะ อืม..ที่รักยังจำเพลงนี้ได้มั๊ย ที่หนูส่งไปให้พี่ฟังตอนเล่นเอ็มน่ะ เพลงเรื่องจริง ของป๊อดน่ะคะ เพราะเรายังคุยกันเลยว่า เพลงนี้น่ะ เหมือนชีวิตเรามากๆ ตรงที่เราไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้ากันเลย แต่กลับรู้สึกรักกัน จนในที่สุดเราก็คบกันในฐานะคนพิเศษ คิดๆแล้วก็ยังงงอยู่เหมือนกันเนี่ยที่รัก ว่ามันเป็นไปได้ไงเนี่ย หนูเองยังไม่เคยคบคนที่รู้จักทางเน็ตเลยนะ ทั้งๆที่เล่นเน็ต แชท คุยกะคนมาก็มากมาย แต่ไม่หลวมตัวสักที 555+ สงสัยพี่จะทำเสน่ห์ซะแล้วล่ะมั๊ง (จิงป่าว) วันนี้หนูก็เลยเขียนไดฯ และเขียนเนื้อเพลงไว้เตือนความทรงจำของเราไง..อยากจะใส่เพลงลงไปนะ แต่ทำไม่เป็นอ่ะ..ทำได้รึป่าวก็ไม่รุ งั้นเอาไปแต่เนื้อเพลงก่อนนะเจ้า ที่รักจ๋า บอกอะไรหน่อยได้ป่ะ เอียงหน้ามาหน่อยสิ เด๋วจะกระซิบบอก เพราะเค๋วคนอื่นได้ยิน อายเค้าน่ะ ...."รักพี่ที่สุดเลยนะ" ฮิๆๆๆ ได้ยินมั๊ย

เรื่องจริง

เสียงร้องที่เธอกำลังได้ยิน กลั่นออกมาจากใจจริงๆ
และเสียงเปียโนที่เธอได้ยิน ก็ออกมาจากใจจริงๆ

เพื่อระบายทุกสิ่งข้างใน ให้ได้ไหลรินออกจากหัวใจ
ไม่รู้จากนี้จะเป็นยังไง เมื่อเธอฟังแล้วจะเป็นยังไง
เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่

กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป
กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

ไม่มีเรื่องราวไม่มีอะไร ไม่มีเหตุผลที่มาที่ไป
เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่

กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป
กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

และเสียงเพลงต่อจากนี้ไป
จะเป็นเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

ปล..วันที่ 30 มิ.ย.แล้วนะ อีกวันสองวัน พี่ก็จะกลับอินโดแล้วอ่ะ จนบัดนี้ยังไม่ได้ติดต่อกันเลย ไม่รู้ว่าพี่จะบินกลับวันไหนกันแน่ เสียดายที่ไม่ได้เจอกันเลยอ่ะ แต่ใจนึงหนูก็ดีใจนะ เพราะตอนที่พี่อยู่อินโดฯ เราได้คุยกันบ่อยจะตาย งั้นรีบกลับเหอะนะที่รักนะ 55+ ไงก็เดินทางโดยสวัสดิภาพนะจ๊ะ  Bon voyage

click to commentclick to comment

ความต่างระหว่าง "ดวงดาวและหัวใจ"

ความเหงา..มันไม่เข้าใครออกใครเลยนะ

แต่สำหรับฉันสิ..มันเข้าแล้วก็ไม่ค่อยจะยอมออกซะด้วยสิ

ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน..ที่ความเหงา..จะเกาะกินหัวใจฉัน

ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน..ที่ฉันจะลืมความเหงานี้ซะที

****........****........****.........****.........****

ใครต่อใคร..ต่างเชื่อกันว่า

"ดวงดาว" นั้นอยู่ไกล เกินที่จะไขว่คว้าได้

แต่ความเป็นจริงแล้ว ต่อให้ดวงดาวนั้นจะไกลแค่ไหน

อย่างน้อยเราก็ยังพับดวงดาว ปั้นดาว เพื่อให้เป็นตัวแทนของดวงดาวเหล่านั้น

และทุกครั้ง มันก็ยังมีคุณค่าเทียบเท่า ดาวบนฟ้าเหล่านั้น และเราก็จะรู้สึกเหมือนได้ครอบครองดวงดาวเหล่านั้นไว้อย่างภาคภูมิใจ

...แต่เชื่อมั๊ย...

"หัวใจ" ของคนที่อยู่ใกล้ เพียงแค่เอื้อมมือจะคว้าได้

แต่ความเป็นจริงแล้ว ต่อให้เจ้าของหัวใจนั้นจะอยู่ใกล้แค่ไหน

และต่อให้เราจะนั่งพับหัวใจ ปั้นดินน้ำมันรูปหัวใจ วาดหัวใจ ให้เป็นตัวแทนหัวใจเหล่านั้น

แต่ทุกครั้ง สิ่งเหล่านั้นมิอาจเทียบเท่า คุณค่าของหัวใจจริงๆได้ซะที สุดท้าย ต่อให้ใกล้หัวใจดวงนั้นมากแค่ไหน หากเจ้าของหัวใจไม่เคยหยิบยื่นให้ เราก็จะไม่มีโอกาสจะได้ครอบครองหัวใจดวงนั้นเลย

                    .........................................................................

^-^ ที่หนูเขียนด้านบนนั้น เป็นเพราะรู้สึกอย่างนี้จริงๆนะคะที่รัก..เพราะตั้งแต่ที่รักกลับมา หนูรู้สึกว่าเรายิ่งห่างไกลกันเหลือเกิน เพราะหน้าที่ที่พี่ต้องทำและรับผิดชอบ มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่หนูจะรับได้  หนูเองอยู่ทางนี้ก็มีบทบาทและความรับผิดชอบเหมือนกัน หนูไม่สามารถทิ้งงานเพื่อไปพบกับพี่ได้ ตลอดเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ที่พี่มาถึงที่นี่ มันทำให้หนูทรมานเหลือเกิน หนูไม่รู้ว่าพี่จะรู้สึกอย่างหนูรึป่าว พี่อาจจะยุ่งเรื่องงานจนลืมความรู้สึกระหว่างเราก็เป็นได้..แต่สำหรับหนู..ไม่ใช่

     มีหลายต่อหลายครั้งที่หนูนึกท้อ..ว่าระหว่างเราคงเป็นไปไม่ได้ เราต่างกันหลายอย่าง ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ สังคม ฐานะ พื้นฐานครอบครัว และอะไรอีกหลายอย่าง ชีวิตหนูมันไม่ได้มีอะไรเพรียบพร้อมเลย ที่จะให้พี่รัก แต่พี่ก็ยังยืนยันว่ามันไม่เกี่ยว เพราะพี่สามารถดูแลหนูได้ โดยที่หนูไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่นั่นแหละ หนูเองไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวที่จะต้องให้แฟนดูแลอยู่ตลอดเวลา ที่ผ่านมาหนูทำงาน ซื้อรถ เปิดคลินิก หนูสร้างมันมาด้วยมือของหนูเอง ฉะนั้นหนูจึงไม่ได้กลัวหรือรังเกียจความลำบากเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแต่ว่า พี่พร้อมที่จะอยู่กับหนูหรือไม่ แค่นั้นเอง..ชีวิตพี่ยังมีโอกาสเลือกใครที่เหมาะสมกว่าอีกตั้งมากมาย หนูเองก็พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้พี่เสมอนะคะ  หนูเองก็อยากเห็นคนที่หนูรักมีความสุขนะ

     แต่ถ้าถามว่าหนูเองจะเลือกคนอื่นที่ไม่ใช่พี่รึป่าว..ตอบได้เลยนะคะว่า "ไม่มีทาง" จนกว่าหนูจะเป็นคนที่พี่ไม่ได้เลือกนั่นแหละ หนูถึงจะยอมจากไปโดยดี ถึงแม้ว่าวันนี้จะมีอุปสรรคสักแค่ไหน แต่หนูจะอดทน เข้มแข็ง จนกว่าจะมีวันของเรานะคะพี่  หนูสัญญา!

                                                                             

                                                Saya cinta padamu

                                                          tuktik

                                                 30 มิ.ย. 2551 (Thailand)

click to commentclick to comment

ความใกล้ทำเราห่างกัน

   จะทำยังไงกะชีวิตฉันดีน้อ..วันนี้ที่รักโทรมาหาตั้งแต่ช่วงเช้าเลย แต่คงเป็นเพราะฟ้าแกล้งแน่เลยทำให้หนูไม่ได้รับโทรฯของที่รักเลยอ่ะ วันนี้ตอนที่พี่โทรมาน่ะ หนูวางโทรศัพท์ไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานไง เพราะกำลังเดินตามราวดน์หมออยู่น่ะ ก็นึกเอะใจปนสังหรณ์ใจแล้วว่าพี่ต้องโทรมาแน่เลย ตอนประมาณ 10 โมงกว่าก็เลยเดินมาหยิบโทรศัพท์ดู เท่านั้นแหละ...เซ็งอย่างแรงเลย ก็ที่รักโทรมาหาหนูจริงๆด้วย แต่ดันไม่ได้รับซะนี่ เวรกรรมจิงๆเล้ย..พอหนูโทรกลับก็ไม่ติดซะแล้ว สงสัยจะต้องไปทำบุญบ้างแล้วเนี่ย ดูสิ 9 วันแล้วนะที่ไม่ได้คุยกะที่รักเลย ที่รักก้ออยู่ซะไกล ตรัง-ลำปาง ไม่ใช่ใกล้ๆเลยนะ ถ้าหนูหลับตาแล้วไปหาที่รักได้ หนูก็คงทำแล้วล่ะ แต่เพราะทำไม่ได้ไง เลยต้องนั่งเศร้าอยู่อย่างนี้  แต่ที่รักคะ...อย่างน้อยวันนี้หนูก็ยังดีใจนะที่รู้ว่าที่รักยังไม่ลืมหนูเหมือนอย่างที่หนูคิด มันก็ทำให้หนูยิ้มได้นึดนึงแหละน่า

  ที่รักคะ..รู้ม๊ะ ตั้งแต่หนูมาเขียนไดฯที่นี่นะ หนูได้น้องน่ารักๆมาหลายคนเลยล่ะ น้องๆเค้าให้กำลังใจหนูอย่างดีเลยล่ะ ทำให้หายเศร้า และมีรอยยิ้มได้ ที่สำคัญทำให้หนูรอพี่ได้อย่างมีกำลังใจเลยล่ะ อยากให้ที่รักได้รู้จักน้องๆเค้าจัง แต่ว่าหนูเองยังรู้จักน้องๆไม่ดีพอเลย ไว้สนิทกันเมื่อไหร่จะแนะนำให้รู้จักนะ

  ว่าแต่ที่รักเหอะ..ตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ ยังปวดท้องอีกรึป่าว เป็นห่วงที่รักมากอ่ะ ติดต่อก็ไม่ได้ จะถามไถ่อาการซะหน่อย ยาได้กินบ้างรึป่าว กินข้าวตรงเวลามั๊ย ยังกินอาหารรสจัดอีกมั๊ย คำถามเหล่านี้ได้แต่ถามในใจตลอดเลย เพราะหนูไม่มีโอกาสได้ถามคำถามเหล่านี้ซะที อีกไม่กี่วันพี่ก็จะกลับอินโดฯอีกแล้วอ่ะ เร็วจังเลย "ความห่างทำเราใกล้กัน ความใกล้กลับทำเราห่างกัน" นี่แหละคือเราตอนนี้เลย ใกล้กันแท้ๆกลับเจอกันไม่ได้ คิดแล้วก็เศร้าอีกแระ เด๋วนี้นะที่รัก หนูฟังเพลงเศร้าๆไม่ได้เลยอ่ะ ฟังแล้วจะร้องไห้ อิจฉาคนอื่นๆนะ ที่เค้าได้มีโอกาสอยู่ด้วยกัน คอยดูแลกัน คอยเอาใจใส่ เป็นห่วงเป็นใยกัน แต่สำหรับเรายังไม่มีโอกาสนั้นเลย เวลาไปอ่านไดฯของน้องๆเค้าก็แอบอิจฉาลึกๆ ว่าทำไมน้อ..เราถึงเป็นอย่างนั้นไม่ได้ ไกลกันแค่ฟ้ากั้นเนี่ย มันเป็นอุปสรรคมากมายขนาดนี้เลยหรอ แต่ที่รักคะ ยังไงหนูก็จะอดทนกับการรอคอยให้ได้ ขอเพียงแค่พี่ยังรักหนูเหมือนเดิม

วันนั้น

ความห่าง..ทำเราไกลกันใช่ไหม

ความไกล..ทำไมเจ็บปวดอย่างนี้

ความเจ็บปวด..ทำฉันเสียใจมากเลยคนดี

ความเสียใจ..ทำฉันจนมีน้ำตาออกมา

แต่วันนี้

ความห่าง..ทำให้เราใกล้กันแค่ไหน

ความใกล้..ทำให้เราห่างไกลนักหนา

ความห่างไกล..ทำให้เราไม่เห็นกันด้วยดวงตา

ความห่างไกล..กลับทำให้เรารักและศรัทธากัน

                 "ด้วยหัวใจ"

ปล..ที่รักคะ หนูแต่งให้ที่รักนะ ที่รักว่าจริงป่ะ เพราะตอนนี้หนูว่าระหว่างเรามันเป็นอย่างนี้จริงๆนะ มันดูเหลือเชื่อนะ แต่มันกลับเป็นความจริง เอาเหอะ แต่ยังไงหนูก็รักที่รักคนเดียวแหละน่า ที่รักตั้งใจทำงานของที่รักให้ดีเถอะนะ ดูแลครอบครัวของที่รักให้ดี ดูแลกิจการให้ดี ไว้ที่รักพร้อมที่จะเจอหนูเมื่อไหร่ หนูก็จะรอนะคะ ตอนนี้หนูก็คงได้แต่รอดูและเป็นกำลังใจให้ที่รักในทุกเรื่องนะ

                                             รักพี่เหลือเกิน

                                                    ติ๊ก

click to commentclick to comment

เรื่องจริง...

   ที่รักคะ..ใครจะไปเชื่อเนอะ ว่าระหว่างเราจะมารู้จักกันได้ เพราะเราอยู่ไกลกันซะขนาดนี้ ยิ่งเรารู้จักกันทางเน็ตอีก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นโลกของการหลอกลวงกันซะมากกว่า แต่สุดท้ายเรากลับได้มาคบกัน และรักกัน ถึงแม้ว่าวันนี้เรายังไม่เคยได้เจอกัน แต่หนูเชื่อเหลือเกินว่าความรู้สึกที่หนูมีนั้น มันไม่ได้น้อยกว่าคนที่คบกันมาเป็นปีๆเลยค่ะ อืม..ที่รักยังจำเพลงนี้ได้มั๊ย ที่หนูส่งไปให้พี่ฟังตอนเล่นเอ็มน่ะ เพลงเรื่องจริง ของป๊อดน่ะคะ เพราะเรายังคุยกันเลยว่า เพลงนี้น่ะ เหมือนชีวิตเรามากๆ ตรงที่เราไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้ากันเลย แต่กลับรู้สึกรักกัน จนในที่สุดเราก็คบกันในฐานะคนพิเศษ คิดๆแล้วก็ยังงงอยู่เหมือนกันเนี่ยที่รัก ว่ามันเป็นไปได้ไงเนี่ย หนูเองยังไม่เคยคบคนที่รู้จักทางเน็ตเลยนะ ทั้งๆที่เล่นเน็ต แชท คุยกะคนมาก็มากมาย แต่ไม่หลวมตัวสักที 555+ สงสัยพี่จะทำเสน่ห์ซะแล้วล่ะมั๊ง (จิงป่าว) วันนี้หนูก็เลยเขียนไดฯ และเขียนเนื้อเพลงไว้เตือนความทรงจำของเราไง..อยากจะใส่เพลงลงไปนะ แต่ทำไม่เป็นอ่ะ..ทำได้รึป่าวก็ไม่รุ งั้นเอาไปแต่เนื้อเพลงก่อนนะเจ้า ที่รักจ๋า บอกอะไรหน่อยได้ป่ะ เอียงหน้ามาหน่อยสิ เด๋วจะกระซิบบอก เพราะเค๋วคนอื่นได้ยิน อายเค้าน่ะ ...."รักพี่ที่สุดเลยนะ" ฮิๆๆๆ ได้ยินมั๊ย

เรื่องจริง

เสียงร้องที่เธอกำลังได้ยิน กลั่นออกมาจากใจจริงๆ
และเสียงเปียโนที่เธอได้ยิน ก็ออกมาจากใจจริงๆ

เพื่อระบายทุกสิ่งข้างใน ให้ได้ไหลรินออกจากหัวใจ
ไม่รู้จากนี้จะเป็นยังไง เมื่อเธอฟังแล้วจะเป็นยังไง
เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่

กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป
กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

ไม่มีเรื่องราวไม่มีอะไร ไม่มีเหตุผลที่มาที่ไป
เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่

กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป
กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

และเสียงเพลงต่อจากนี้ไป
จะเป็นเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

ปล..วันที่ 30 มิ.ย.แล้วนะ อีกวันสองวัน พี่ก็จะกลับอินโดแล้วอ่ะ จนบัดนี้ยังไม่ได้ติดต่อกันเลย ไม่รู้ว่าพี่จะบินกลับวันไหนกันแน่ เสียดายที่ไม่ได้เจอกันเลยอ่ะ แต่ใจนึงหนูก็ดีใจนะ เพราะตอนที่พี่อยู่อินโดฯ เราได้คุยกันบ่อยจะตาย งั้นรีบกลับเหอะนะที่รักนะ 55+ ไงก็เดินทางโดยสวัสดิภาพนะจ๊ะ  Bon voyage

click to commentclick to comment

ความต่างระหว่าง "ดวงดาวและหัวใจ"

ความเหงา..มันไม่เข้าใครออกใครเลยนะ

แต่สำหรับฉันสิ..มันเข้าแล้วก็ไม่ค่อยจะยอมออกซะด้วยสิ

ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน..ที่ความเหงา..จะเกาะกินหัวใจฉัน

ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน..ที่ฉันจะลืมความเหงานี้ซะที

****........****........****.........****.........****

ใครต่อใคร..ต่างเชื่อกันว่า

"ดวงดาว" นั้นอยู่ไกล เกินที่จะไขว่คว้าได้

แต่ความเป็นจริงแล้ว ต่อให้ดวงดาวนั้นจะไกลแค่ไหน

อย่างน้อยเราก็ยังพับดวงดาว ปั้นดาว เพื่อให้เป็นตัวแทนของดวงดาวเหล่านั้น

และทุกครั้ง มันก็ยังมีคุณค่าเทียบเท่า ดาวบนฟ้าเหล่านั้น และเราก็จะรู้สึกเหมือนได้ครอบครองดวงดาวเหล่านั้นไว้อย่างภาคภูมิใจ

...แต่เชื่อมั๊ย...

"หัวใจ" ของคนที่อยู่ใกล้ เพียงแค่เอื้อมมือจะคว้าได้

แต่ความเป็นจริงแล้ว ต่อให้เจ้าของหัวใจนั้นจะอยู่ใกล้แค่ไหน

และต่อให้เราจะนั่งพับหัวใจ ปั้นดินน้ำมันรูปหัวใจ วาดหัวใจ ให้เป็นตัวแทนหัวใจเหล่านั้น

แต่ทุกครั้ง สิ่งเหล่านั้นมิอาจเทียบเท่า คุณค่าของหัวใจจริงๆได้ซะที สุดท้าย ต่อให้ใกล้หัวใจดวงนั้นมากแค่ไหน หากเจ้าของหัวใจไม่เคยหยิบยื่นให้ เราก็จะไม่มีโอกาสจะได้ครอบครองหัวใจดวงนั้นเลย

                    .........................................................................

^-^ ที่หนูเขียนด้านบนนั้น เป็นเพราะรู้สึกอย่างนี้จริงๆนะคะที่รัก..เพราะตั้งแต่ที่รักกลับมา หนูรู้สึกว่าเรายิ่งห่างไกลกันเหลือเกิน เพราะหน้าที่ที่พี่ต้องทำและรับผิดชอบ มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่หนูจะรับได้  หนูเองอยู่ทางนี้ก็มีบทบาทและความรับผิดชอบเหมือนกัน หนูไม่สามารถทิ้งงานเพื่อไปพบกับพี่ได้ ตลอดเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ที่พี่มาถึงที่นี่ มันทำให้หนูทรมานเหลือเกิน หนูไม่รู้ว่าพี่จะรู้สึกอย่างหนูรึป่าว พี่อาจจะยุ่งเรื่องงานจนลืมความรู้สึกระหว่างเราก็เป็นได้..แต่สำหรับหนู..ไม่ใช่

     มีหลายต่อหลายครั้งที่หนูนึกท้อ..ว่าระหว่างเราคงเป็นไปไม่ได้ เราต่างกันหลายอย่าง ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ สังคม ฐานะ พื้นฐานครอบครัว และอะไรอีกหลายอย่าง ชีวิตหนูมันไม่ได้มีอะไรเพรียบพร้อมเลย ที่จะให้พี่รัก แต่พี่ก็ยังยืนยันว่ามันไม่เกี่ยว เพราะพี่สามารถดูแลหนูได้ โดยที่หนูไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่นั่นแหละ หนูเองไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวที่จะต้องให้แฟนดูแลอยู่ตลอดเวลา ที่ผ่านมาหนูทำงาน ซื้อรถ เปิดคลินิก หนูสร้างมันมาด้วยมือของหนูเอง ฉะนั้นหนูจึงไม่ได้กลัวหรือรังเกียจความลำบากเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแต่ว่า พี่พร้อมที่จะอยู่กับหนูหรือไม่ แค่นั้นเอง..ชีวิตพี่ยังมีโอกาสเลือกใครที่เหมาะสมกว่าอีกตั้งมากมาย หนูเองก็พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้พี่เสมอนะคะ  หนูเองก็อยากเห็นคนที่หนูรักมีความสุขนะ

     แต่ถ้าถามว่าหนูเองจะเลือกคนอื่นที่ไม่ใช่พี่รึป่าว..ตอบได้เลยนะคะว่า "ไม่มีทาง" จนกว่าหนูจะเป็นคนที่พี่ไม่ได้เลือกนั่นแหละ หนูถึงจะยอมจากไปโดยดี ถึงแม้ว่าวันนี้จะมีอุปสรรคสักแค่ไหน แต่หนูจะอดทน เข้มแข็ง จนกว่าจะมีวันของเรานะคะพี่  หนูสัญญา!

                                                                             

                                                Saya cinta padamu

                                                          tuktik

                                                 30 มิ.ย. 2551 (Thailand)

click to commentclick to comment

ความใกล้ทำเราห่างกัน

   จะทำยังไงกะชีวิตฉันดีน้อ..วันนี้ที่รักโทรมาหาตั้งแต่ช่วงเช้าเลย แต่คงเป็นเพราะฟ้าแกล้งแน่เลยทำให้หนูไม่ได้รับโทรฯของที่รักเลยอ่ะ วันนี้ตอนที่พี่โทรมาน่ะ หนูวางโทรศัพท์ไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานไง เพราะกำลังเดินตามราวดน์หมออยู่น่ะ ก็นึกเอะใจปนสังหรณ์ใจแล้วว่าพี่ต้องโทรมาแน่เลย ตอนประมาณ 10 โมงกว่าก็เลยเดินมาหยิบโทรศัพท์ดู เท่านั้นแหละ...เซ็งอย่างแรงเลย ก็ที่รักโทรมาหาหนูจริงๆด้วย แต่ดันไม่ได้รับซะนี่ เวรกรรมจิงๆเล้ย..พอหนูโทรกลับก็ไม่ติดซะแล้ว สงสัยจะต้องไปทำบุญบ้างแล้วเนี่ย ดูสิ 9 วันแล้วนะที่ไม่ได้คุยกะที่รักเลย ที่รักก้ออยู่ซะไกล ตรัง-ลำปาง ไม่ใช่ใกล้ๆเลยนะ ถ้าหนูหลับตาแล้วไปหาที่รักได้ หนูก็คงทำแล้วล่ะ แต่เพราะทำไม่ได้ไง เลยต้องนั่งเศร้าอยู่อย่างนี้  แต่ที่รักคะ...อย่างน้อยวันนี้หนูก็ยังดีใจนะที่รู้ว่าที่รักยังไม่ลืมหนูเหมือนอย่างที่หนูคิด มันก็ทำให้หนูยิ้มได้นึดนึงแหละน่า

  ที่รักคะ..รู้ม๊ะ ตั้งแต่หนูมาเขียนไดฯที่นี่นะ หนูได้น้องน่ารักๆมาหลายคนเลยล่ะ น้องๆเค้าให้กำลังใจหนูอย่างดีเลยล่ะ ทำให้หายเศร้า และมีรอยยิ้มได้ ที่สำคัญทำให้หนูรอพี่ได้อย่างมีกำลังใจเลยล่ะ อยากให้ที่รักได้รู้จักน้องๆเค้าจัง แต่ว่าหนูเองยังรู้จักน้องๆไม่ดีพอเลย ไว้สนิทกันเมื่อไหร่จะแนะนำให้รู้จักนะ

  ว่าแต่ที่รักเหอะ..ตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ ยังปวดท้องอีกรึป่าว เป็นห่วงที่รักมากอ่ะ ติดต่อก็ไม่ได้ จะถามไถ่อาการซะหน่อย ยาได้กินบ้างรึป่าว กินข้าวตรงเวลามั๊ย ยังกินอาหารรสจัดอีกมั๊ย คำถามเหล่านี้ได้แต่ถามในใจตลอดเลย เพราะหนูไม่มีโอกาสได้ถามคำถามเหล่านี้ซะที อีกไม่กี่วันพี่ก็จะกลับอินโดฯอีกแล้วอ่ะ เร็วจังเลย "ความห่างทำเราใกล้กัน ความใกล้กลับทำเราห่างกัน" นี่แหละคือเราตอนนี้เลย ใกล้กันแท้ๆกลับเจอกันไม่ได้ คิดแล้วก็เศร้าอีกแระ เด๋วนี้นะที่รัก หนูฟังเพลงเศร้าๆไม่ได้เลยอ่ะ ฟังแล้วจะร้องไห้ อิจฉาคนอื่นๆนะ ที่เค้าได้มีโอกาสอยู่ด้วยกัน คอยดูแลกัน คอยเอาใจใส่ เป็นห่วงเป็นใยกัน แต่สำหรับเรายังไม่มีโอกาสนั้นเลย เวลาไปอ่านไดฯของน้องๆเค้าก็แอบอิจฉาลึกๆ ว่าทำไมน้อ..เราถึงเป็นอย่างนั้นไม่ได้ ไกลกันแค่ฟ้ากั้นเนี่ย มันเป็นอุปสรรคมากมายขนาดนี้เลยหรอ แต่ที่รักคะ ยังไงหนูก็จะอดทนกับการรอคอยให้ได้ ขอเพียงแค่พี่ยังรักหนูเหมือนเดิม

วันนั้น

ความห่าง..ทำเราไกลกันใช่ไหม

ความไกล..ทำไมเจ็บปวดอย่างนี้

ความเจ็บปวด..ทำฉันเสียใจมากเลยคนดี

ความเสียใจ..ทำฉันจนมีน้ำตาออกมา

แต่วันนี้

ความห่าง..ทำให้เราใกล้กันแค่ไหน

ความใกล้..ทำให้เราห่างไกลนักหนา

ความห่างไกล..ทำให้เราไม่เห็นกันด้วยดวงตา

ความห่างไกล..กลับทำให้เรารักและศรัทธากัน

                 "ด้วยหัวใจ"

ปล..ที่รักคะ หนูแต่งให้ที่รักนะ ที่รักว่าจริงป่ะ เพราะตอนนี้หนูว่าระหว่างเรามันเป็นอย่างนี้จริงๆนะ มันดูเหลือเชื่อนะ แต่มันกลับเป็นความจริง เอาเหอะ แต่ยังไงหนูก็รักที่รักคนเดียวแหละน่า ที่รักตั้งใจทำงานของที่รักให้ดีเถอะนะ ดูแลครอบครัวของที่รักให้ดี ดูแลกิจการให้ดี ไว้ที่รักพร้อมที่จะเจอหนูเมื่อไหร่ หนูก็จะรอนะคะ ตอนนี้หนูก็คงได้แต่รอดูและเป็นกำลังใจให้ที่รักในทุกเรื่องนะ

                                             รักพี่เหลือเกิน

                                                    ติ๊ก

click to commentclick to comment

รักเพราะอยากรัก

  8 วันแล้วสินะที่พี่กลับมาจากอินโด..แต่ไหงไม่เห็นติดต่อมาเลยอ่ะ ไม่สินะจริงๆพี่ก็ติดต่อมานั่นแหละ แต่ครั้งสุดท้ายก็ตั้งแต่วันจันทร์ตอนเช้าแน่ะ หลังจากนั้นก็หายจ๋อยเลย  พี่คะ บอกตรงๆตอนนี้หนูสับสนมากๆ หนูไม่รู้ว่าหนูเองควรจะยืนอยู่ตรงไหน  จะอยู่เพื่อรอพี่ หรือจากไปโดยไม่มีคำตอบใดๆ  มันทำตัวไม่ถูกจริงๆนะคะพี่  ตอนนี้หนูไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่มั๊ย  แค่จะโทรหาก็ไม่มีสิทธิ์ เพราะไม่สามารถติดต่อได้เลย จะด้วยเพราะไม่มีสัญญาณจริงๆ หรือเพราะพี่มีใครที่ลำปางรึป่าว หนูก็ไม่อาจรู้ได้เลย กี่วันแล้วอ่ะ ที่หนูต้องร้องไห้เพราะคิดถึง เพราะเป็นห่วง กี่วันแล้วที่หนูรู้สึกท้อแท้ ไม่อยากจะทำงาน ไม่อยากจะทำอะไรทั้งนั้น  หนูลืมความรู้สึกพวกนี้ไปนานแล้วนะ หลังจากที่เลิกกับแฟนคนก่อน  แต่เพราะพี่ หนูจึงเกิดความรู้สึกพวกนี้อีกครั้ง จริงๆ ก่อนที่จะรู้จักพี่ หนูก็อยู่คนเดียวได้นะ และมั่นใจว่าจะอยู่ดูแลตัวเองคนเดียวได้ดีซะด้วย แต่ตอนนี้พี่มาทำให้หนูอยากมีใคร..และคนๆนั้นก็คือพี่  ก่อนนี้ตอนที่พี่อยู่อินโดฯ หนูมีความหวังในความรักครั้งนี้มากเลยล่ะ เพราะหนูคิดว่าพี่เป็นคนดี มั่นคง แต่ตอนนี้หนูเริ่มไม่มั่นใจซะแล้ว ว่าระหว่างเรา จะดำเนินต่อไปได้อีกนานแค่ไหน ....

  พี่คะ..คิดถึงพี่จังเลย แต่ละวันก็ได้แต่เปิดคอมฯ นั่งดูรูปพี่ ดูแล้วก็คิดถึง ดูแล้วก็น้ำตาคลอซะทุกครั้ง  เด๋วนี้หนูกลายเป็นคนขี้แยตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้  รู้แต่ว่าต่อให้จะต้องร้องมากแค่ไหน ถ้ามันทำให้พี่โทรหาหนู และยังรักหนูเหมือนเดิม หนูก็ยอมล่ะค่ะ

   นี่แหละน้า...ที่เค้าว่ากันว่า "ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์" มันจริงซะด้วย  ยิ่งรักมาก ยิ่งทุกข์มาก แต่หนูกลับเลือกที่จะรัก โดยที่ไม่กลัวทุกข์นั้นเลย เพียงแค่มีคนที่หนูรัก และเค้าคนนั้นก็รักหนู อยู่ด้วยกันตลอดไป จะให้ทุกข์แค่ไหน หนูก็จะทนรับมันให้ได้  และวันนี้หนูก็ได้เลือกพี่แล้วนะ  รักโดยไม่มีข้อแม้อะไรทั้งนั้น  "รักเพราะอยากรัก"  แค่นี้แหละ เหตุผลของหนู ส่วนพี่น่ะ หนูบอกพี่แล้วว่าหนูรอได้ขอเพียงแค่พี่มั่นใจว่าจะรักหนูตลอดไป ต่อให้พี่จะต้องทำงานที่อินโดอีกกี่ปีก็แล้วแต่ ถ้าวันนั้น เรายังมีกันและกันอย่างนี้ นานแค่ไหนหนูก็จะรอ.....รอที่รักคนเดียว.......

                                                         Aku cinta padamu  

                                                                     ติ๊ก

                                                          26 มิถุนายน 2551

click to commentclick to comment

เรื่องจริง...

   ที่รักคะ..ใครจะไปเชื่อเนอะ ว่าระหว่างเราจะมารู้จักกันได้ เพราะเราอยู่ไกลกันซะขนาดนี้ ยิ่งเรารู้จักกันทางเน็ตอีก ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นโลกของการหลอกลวงกันซะมากกว่า แต่สุดท้ายเรากลับได้มาคบกัน และรักกัน ถึงแม้ว่าวันนี้เรายังไม่เคยได้เจอกัน แต่หนูเชื่อเหลือเกินว่าความรู้สึกที่หนูมีนั้น มันไม่ได้น้อยกว่าคนที่คบกันมาเป็นปีๆเลยค่ะ อืม..ที่รักยังจำเพลงนี้ได้มั๊ย ที่หนูส่งไปให้พี่ฟังตอนเล่นเอ็มน่ะ เพลงเรื่องจริง ของป๊อดน่ะคะ เพราะเรายังคุยกันเลยว่า เพลงนี้น่ะ เหมือนชีวิตเรามากๆ ตรงที่เราไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้ากันเลย แต่กลับรู้สึกรักกัน จนในที่สุดเราก็คบกันในฐานะคนพิเศษ คิดๆแล้วก็ยังงงอยู่เหมือนกันเนี่ยที่รัก ว่ามันเป็นไปได้ไงเนี่ย หนูเองยังไม่เคยคบคนที่รู้จักทางเน็ตเลยนะ ทั้งๆที่เล่นเน็ต แชท คุยกะคนมาก็มากมาย แต่ไม่หลวมตัวสักที 555+ สงสัยพี่จะทำเสน่ห์ซะแล้วล่ะมั๊ง (จิงป่าว) วันนี้หนูก็เลยเขียนไดฯ และเขียนเนื้อเพลงไว้เตือนความทรงจำของเราไง..อยากจะใส่เพลงลงไปนะ แต่ทำไม่เป็นอ่ะ..ทำได้รึป่าวก็ไม่รุ งั้นเอาไปแต่เนื้อเพลงก่อนนะเจ้า ที่รักจ๋า บอกอะไรหน่อยได้ป่ะ เอียงหน้ามาหน่อยสิ เด๋วจะกระซิบบอก เพราะเค๋วคนอื่นได้ยิน อายเค้าน่ะ ...."รักพี่ที่สุดเลยนะ" ฮิๆๆๆ ได้ยินมั๊ย

เรื่องจริง

เสียงร้องที่เธอกำลังได้ยิน กลั่นออกมาจากใจจริงๆ
และเสียงเปียโนที่เธอได้ยิน ก็ออกมาจากใจจริงๆ

เพื่อระบายทุกสิ่งข้างใน ให้ได้ไหลรินออกจากหัวใจ
ไม่รู้จากนี้จะเป็นยังไง เมื่อเธอฟังแล้วจะเป็นยังไง
เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่

กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป
กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

ไม่มีเรื่องราวไม่มีอะไร ไม่มีเหตุผลที่มาที่ไป
เธอจะเชื่อคำพูดฉันหรือไม่

กับเรื่องจริงต่อจากนี้ไป
กับเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

และเสียงเพลงต่อจากนี้ไป
จะเป็นเสียงเพลงที่พูดแทนหัวใจ

ว่าฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก
และฉันรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า
มากมายจนข้างใน ต้องระบายออกมา
ให้เธอ ได้ยิน

ว่าสำหรับฉันนั้นเธอคือทุกสิ่ง
เป็นแรงบันดาลใจเป็นทุกๆอย่าง
เธอเชื่อมให้ฉันเห็นภาพที่สวยงามของชีวิต
แม้ว่าเรายังไม่ทันได้รู้จัก กันเลย

ปล..วันที่ 30 มิ.ย.แล้วนะ อีกวันสองวัน พี่ก็จะกลับอินโดแล้วอ่ะ จนบัดนี้ยังไม่ได้ติดต่อกันเลย ไม่รู้ว่าพี่จะบินกลับวันไหนกันแน่ เสียดายที่ไม่ได้เจอกันเลยอ่ะ แต่ใจนึงหนูก็ดีใจนะ เพราะตอนที่พี่อยู่อินโดฯ เราได้คุยกันบ่อยจะตาย งั้นรีบกลับเหอะนะที่รักนะ 55+ ไงก็เดินทางโดยสวัสดิภาพนะจ๊ะ  Bon voyage

click to commentclick to comment

ความต่างระหว่าง "ดวงดาวและหัวใจ"

ความเหงา..มันไม่เข้าใครออกใครเลยนะ

แต่สำหรับฉันสิ..มันเข้าแล้วก็ไม่ค่อยจะยอมออกซะด้วยสิ

ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน..ที่ความเหงา..จะเกาะกินหัวใจฉัน

ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน..ที่ฉันจะลืมความเหงานี้ซะที

****........****........****.........****.........****

ใครต่อใคร..ต่างเชื่อกันว่า

"ดวงดาว" นั้นอยู่ไกล เกินที่จะไขว่คว้าได้

แต่ความเป็นจริงแล้ว ต่อให้ดวงดาวนั้นจะไกลแค่ไหน

อย่างน้อยเราก็ยังพับดวงดาว ปั้นดาว เพื่อให้เป็นตัวแทนของดวงดาวเหล่านั้น

และทุกครั้ง มันก็ยังมีคุณค่าเทียบเท่า ดาวบนฟ้าเหล่านั้น และเราก็จะรู้สึกเหมือนได้ครอบครองดวงดาวเหล่านั้นไว้อย่างภาคภูมิใจ

...แต่เชื่อมั๊ย...

"หัวใจ" ของคนที่อยู่ใกล้ เพียงแค่เอื้อมมือจะคว้าได้

แต่ความเป็นจริงแล้ว ต่อให้เจ้าของหัวใจนั้นจะอยู่ใกล้แค่ไหน

และต่อให้เราจะนั่งพับหัวใจ ปั้นดินน้ำมันรูปหัวใจ วาดหัวใจ ให้เป็นตัวแทนหัวใจเหล่านั้น

แต่ทุกครั้ง สิ่งเหล่านั้นมิอาจเทียบเท่า คุณค่าของหัวใจจริงๆได้ซะที สุดท้าย ต่อให้ใกล้หัวใจดวงนั้นมากแค่ไหน หากเจ้าของหัวใจไม่เคยหยิบยื่นให้ เราก็จะไม่มีโอกาสจะได้ครอบครองหัวใจดวงนั้นเลย

                    .........................................................................

^-^ ที่หนูเขียนด้านบนนั้น เป็นเพราะรู้สึกอย่างนี้จริงๆนะคะที่รัก..เพราะตั้งแต่ที่รักกลับมา หนูรู้สึกว่าเรายิ่งห่างไกลกันเหลือเกิน เพราะหน้าที่ที่พี่ต้องทำและรับผิดชอบ มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่หนูจะรับได้  หนูเองอยู่ทางนี้ก็มีบทบาทและความรับผิดชอบเหมือนกัน หนูไม่สามารถทิ้งงานเพื่อไปพบกับพี่ได้ ตลอดเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ที่พี่มาถึงที่นี่ มันทำให้หนูทรมานเหลือเกิน หนูไม่รู้ว่าพี่จะรู้สึกอย่างหนูรึป่าว พี่อาจจะยุ่งเรื่องงานจนลืมความรู้สึกระหว่างเราก็เป็นได้..แต่สำหรับหนู..ไม่ใช่

     มีหลายต่อหลายครั้งที่หนูนึกท้อ..ว่าระหว่างเราคงเป็นไปไม่ได้ เราต่างกันหลายอย่าง ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ สังคม ฐานะ พื้นฐานครอบครัว และอะไรอีกหลายอย่าง ชีวิตหนูมันไม่ได้มีอะไรเพรียบพร้อมเลย ที่จะให้พี่รัก แต่พี่ก็ยังยืนยันว่ามันไม่เกี่ยว เพราะพี่สามารถดูแลหนูได้ โดยที่หนูไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่นั่นแหละ หนูเองไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวที่จะต้องให้แฟนดูแลอยู่ตลอดเวลา ที่ผ่านมาหนูทำงาน ซื้อรถ เปิดคลินิก หนูสร้างมันมาด้วยมือของหนูเอง ฉะนั้นหนูจึงไม่ได้กลัวหรือรังเกียจความลำบากเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแต่ว่า พี่พร้อมที่จะอยู่กับหนูหรือไม่ แค่นั้นเอง..ชีวิตพี่ยังมีโอกาสเลือกใครที่เหมาะสมกว่าอีกตั้งมากมาย หนูเองก็พร้อมที่จะเปิดโอกาสให้พี่เสมอนะคะ  หนูเองก็อยากเห็นคนที่หนูรักมีความสุขนะ

     แต่ถ้าถามว่าหนูเองจะเลือกคนอื่นที่ไม่ใช่พี่รึป่าว..ตอบได้เลยนะคะว่า "ไม่มีทาง" จนกว่าหนูจะเป็นคนที่พี่ไม่ได้เลือกนั่นแหละ หนูถึงจะยอมจากไปโดยดี ถึงแม้ว่าวันนี้จะมีอุปสรรคสักแค่ไหน แต่หนูจะอดทน เข้มแข็ง จนกว่าจะมีวันของเรานะคะพี่  หนูสัญญา!

                                                                             

                                                Saya cinta padamu

                                                          tuktik

                                                 30 มิ.ย. 2551 (Thailand)

click to commentclick to comment

ความใกล้ทำเราห่างกัน

   จะทำยังไงกะชีวิตฉันดีน้อ..วันนี้ที่รักโทรมาหาตั้งแต่ช่วงเช้าเลย แต่คงเป็นเพราะฟ้าแกล้งแน่เลยทำให้หนูไม่ได้รับโทรฯของที่รักเลยอ่ะ วันนี้ตอนที่พี่โทรมาน่ะ หนูวางโทรศัพท์ไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานไง เพราะกำลังเดินตามราวดน์หมออยู่น่ะ ก็นึกเอะใจปนสังหรณ์ใจแล้วว่าพี่ต้องโทรมาแน่เลย ตอนประมาณ 10 โมงกว่าก็เลยเดินมาหยิบโทรศัพท์ดู เท่านั้นแหละ...เซ็งอย่างแรงเลย ก็ที่รักโทรมาหาหนูจริงๆด้วย แต่ดันไม่ได้รับซะนี่ เวรกรรมจิงๆเล้ย..พอหนูโทรกลับก็ไม่ติดซะแล้ว สงสัยจะต้องไปทำบุญบ้างแล้วเนี่ย ดูสิ 9 วันแล้วนะที่ไม่ได้คุยกะที่รักเลย ที่รักก้ออยู่ซะไกล ตรัง-ลำปาง ไม่ใช่ใกล้ๆเลยนะ ถ้าหนูหลับตาแล้วไปหาที่รักได้ หนูก็คงทำแล้วล่ะ แต่เพราะทำไม่ได้ไง เลยต้องนั่งเศร้าอยู่อย่างนี้  แต่ที่รักคะ...อย่างน้อยวันนี้หนูก็ยังดีใจนะที่รู้ว่าที่รักยังไม่ลืมหนูเหมือนอย่างที่หนูคิด มันก็ทำให้หนูยิ้มได้นึดนึงแหละน่า

  ที่รักคะ..รู้ม๊ะ ตั้งแต่หนูมาเขียนไดฯที่นี่นะ หนูได้น้องน่ารักๆมาหลายคนเลยล่ะ น้องๆเค้าให้กำลังใจหนูอย่างดีเลยล่ะ ทำให้หายเศร้า และมีรอยยิ้มได้ ที่สำคัญทำให้หนูรอพี่ได้อย่างมีกำลังใจเลยล่ะ อยากให้ที่รักได้รู้จักน้องๆเค้าจัง แต่ว่าหนูเองยังรู้จักน้องๆไม่ดีพอเลย ไว้สนิทกันเมื่อไหร่จะแนะนำให้รู้จักนะ

  ว่าแต่ที่รักเหอะ..ตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ ยังปวดท้องอีกรึป่าว เป็นห่วงที่รักมากอ่ะ ติดต่อก็ไม่ได้ จะถามไถ่อาการซะหน่อย ยาได้กินบ้างรึป่าว กินข้าวตรงเวลามั๊ย ยังกินอาหารรสจัดอีกมั๊ย คำถามเหล่านี้ได้แต่ถามในใจตลอดเลย เพราะหนูไม่มีโอกาสได้ถามคำถามเหล่านี้ซะที อีกไม่กี่วันพี่ก็จะกลับอินโดฯอีกแล้วอ่ะ เร็วจังเลย "ความห่างทำเราใกล้กัน ความใกล้กลับทำเราห่างกัน" นี่แหละคือเราตอนนี้เลย ใกล้กันแท้ๆกลับเจอกันไม่ได้ คิดแล้วก็เศร้าอีกแระ เด๋วนี้นะที่รัก หนูฟังเพลงเศร้าๆไม่ได้เลยอ่ะ ฟังแล้วจะร้องไห้ อิจฉาคนอื่นๆนะ ที่เค้าได้มีโอกาสอยู่ด้วยกัน คอยดูแลกัน คอยเอาใจใส่ เป็นห่วงเป็นใยกัน แต่สำหรับเรายังไม่มีโอกาสนั้นเลย เวลาไปอ่านไดฯของน้องๆเค้าก็แอบอิจฉาลึกๆ ว่าทำไมน้อ..เราถึงเป็นอย่างนั้นไม่ได้ ไกลกันแค่ฟ้ากั้นเนี่ย มันเป็นอุปสรรคมากมายขนาดนี้เลยหรอ แต่ที่รักคะ ยังไงหนูก็จะอดทนกับการรอคอยให้ได้ ขอเพียงแค่พี่ยังรักหนูเหมือนเดิม

วันนั้น

ความห่าง..ทำเราไกลกันใช่ไหม

ความไกล..ทำไมเจ็บปวดอย่างนี้

ความเจ็บปวด..ทำฉันเสียใจมากเลยคนดี

ความเสียใจ..ทำฉันจนมีน้ำตาออกมา